Archive for the ‘การปลูกสตอเบอรี่’ Category

การปฏิบัติหลังจากสตรอเบอรี่ให้ผลแล้ว
เมื่อถึงเดือนเมษายนต้นสตรอเบอรี่เริ่มหยุดให้ผล เนื่องจากอุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นช่วงแสงเริ่มยาวขึ้น ต้นสตรอเบอรี่จะเริ่มเจริญเติบโตด้านลำต้น กสิกรในพื้นราบมักจะขุดต้นสตรอเบอรี่ทิ้งด้วยสาเหตุดังต่อไปนี้.-
1. การดูแลรักษาต้นสตรอเบอรี่ข้ามปี ในสภาพที่อุณหภูมิสูงทำได้ยาก และเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลสูง เนื่องจากต้นสตรอเบอรี่ไม่ทนต่อสภาพอากาศที่ร้อน และสภาพอากาศที่อุณหภูมิสูงโรคของสตรอเบอรี่ระบาดง่าย
2. เพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินหลังจากปลูกสตรอเบอรี่หยุดให้ผล เช่น ปลูกผักหรือพืชไร่ซึ่งได้ผลตอบแทนสูงกว่า 3. การที่ทำลายต้นสตรอเบอรี่ เป็นการทำลายแหล่งเพาะเชื้อโรคของสตรอเบอรี่ได้ผลดี

การบรรจุและขนส่ง
เนื่องจากผลสตรอเบอรี่บอบช้ำง่าย โดยเฉพาะถ้าเส้นทางคมนาคมไกลและไม่ดีเท่าที่ควร การบรรจุผลสตอเบอรี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญ ภาชะนะที่บรรจุจะต้องไม่มีส่วนที่แหลมคมซึ่งจะทำให้ผลเสียหาย การวางผลจะต้องวางไม่เกินสองชั้น ถ้าพบว่ามีผลเสียควรคัดออกทันทีเพื่อป้องกันผลข้างเคียงพลอยเน่าเสียหายไปด้วยในกรณีเส้นทางคมนาคมลำบากไม่สามารถขายผลสดจำเป็นต้องขายผลช้ำ ต้องตัดหัวขั้วและส่วนที่เน่า แล้วบรรจุในปี๊บที่ภายในรองด้วยถุงพลาสติก ถ้าระยะทางไกลจากตลาดมากหรือจำเป็นต้องเก็บผลสตรอเบอรี่ไว้ค้างคืนการใส่น้ำตาลเพื่อรักษาคุณภาพของผล โดยใช้น้ำตาล 4 กก. ต่อผลสตรอเบอรี่ 10 กก.

การเก็บเกี่ยว
เนื่องจากผลสตรอเบอรี่ช้ำง่าย การเก็บเกี่ยวต้องคำนึงถึงระยะทางในการขนส่งสู่ตลาดถ้าระยะทางไกลต้องเก็บผลสุกหรือเห็นสีแดง 50% ซึ่งจะได้ผลแข็งสะดวกแก่การขนส่ง ถ้าระยะทางใกล้ควรเก็บผลสุกหรือสีแดง 75% เวลาที่เก็บ ควรเก็บตอนเช้า เมื่อเก็บแล้วไม่ควรให้ผลถูกแสงแดด ซึ่งจะทำให้ผลเน่าเร็วควรเก็บทุก 1-2 วัน

การติดดอกออกผล
เมื่ออุณหภูมิลดต่ำลง และช่วงแสงสั้นเข้าซึ่งประมาณเดือนพฤศจิกายน สตรอเบอรี่จะเริ่มติดดอกและผลจะสุกหลังจากติดดอก 21-25 วัน ผลสตรอเบอรี่ระยะแรกจะมีสีเขียว และค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีขาว เมื่อผลแก่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม มีรสเปรี้ยวปนหวาน เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5-3.5 ซม.ผลจะสุกมากที่สุดเดือนมีนาคม และจะหมดประมาณเดือนเมษายน – พฤษภาคม

ประโยชน์ของสตรอเบอร์รี่

 
เพิ่มประสิทธิภาพให้สมอง
สาวๆ ที่ออกอาการขี้ลืม ความจำปลาทองควรโด๊ปสตรอเบอร์รี่ให้มากๆ เพราะนั่นแสดงว่าเนื้อเยื่อและเส้นประสาทในสมองของคุณกำลังถูการอนุมูลอิสระเล่นงานจนรวนไปแล้ว แต่วิตามินซีจากสตรอเบอร์รี่จะเข้าไปกำราบปราบมารร้ายจนอนุมูลอิสระหมดฤทธิ์ บวกกับไอโอดีนที่มีประสิทธิภาพบำรุงสมองในสตรอเบอร์รี่ ไม่ช้าสมองคุณก็จะกลับมาจำได้จำดี เป็นหนี้ใครรับรองจำได้หมด

ดวงตาใสปิ๊ง
วิตามินซี ฟลาโวนอยด์ กรดฟีโนลิก และกรดเอลลาจิกในสตรอเบอร์รี่ มีสรรคุณบำรุงกล้ามเนื้อดวงตา ส่วนโพแทสเซียมก็จะช่วยปรับความดันในจอตาให้เป็นปกติ คนที่นั่งทำงานหน้าจอจนล้า ถ้าได้น้ำสตรอเบอร์รี่สดๆปั่นสักแก้ว รับรองหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

สู้โรคหัวใจ
ผู้หญิงสมัยใหม่เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันกันมาก เพราะเรามีคุกกี้ โดนัท เค้ก พิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ เป็นของกินคู่ใจ พลอยทำให้ไขมัน และโคเลสเตอรอลร่าเริงไปตามๆ กัน แต่วิตามิน ใยอาหาร โฟเลต และสารต้านอนุมูลอิสระมากมายจากสตรอเบอร์รี่ จะสลายไขมันร้ายๆ พวกนี้ออกจากผนัง หลอดเลือด ช่วยให้หัวใจคุณแข็งแรง เปิดกว้างรับความรักได้เต็มที่

  ปัจจัยสำคัญในการปลูกสตรอเบอรีให้ได้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพดี ก็คือ การปลูกโดยใช้ต้นไหลที่มีความแข็งแรง ปราศจากโรคต่างๆโดยเฉพาะโรคไวรัส และมีขนาดที่พอเหมาะ ต้นสตรอเบอรีจะให้ไหลในช่วงสภาพวันยาวและอุณหภูมิสูง โดยความยาวของวัน 16 ชั่วโมงและอุณหภูมิที่ 24 C นับว่าเป็นสภาพที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเจริญเติบโตของไหล

          ปัจจุบันการขยายต้นไหลที่ปลอดโรคของสตรอเบอรีโดยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นวิธีที่ยอมรับกันโดยทั่วไปและสามารถใช้เป็นการค้าได้ การขยายเพื่อเพิ่มจำนวนต้นสตรอเบอรีโดยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อนั้น จำเป็นต้องอาศัยองค์ประกอบต่างๆได้แก่วิธีการทำให้ต้นปลอดโรค เกษตรกรผู้ที่จะขยายต้นพันธุ์ เกษตรกรผู้ปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิต และนักวิชาการที่มีประสบการณ์


ต้นพันธุ์ป่าที่ใช้ทดสอบโรคไวรัส

ข้อสังเกตของการขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้ก็คือ

  • ต้นแม่พันธุ์ต้องถูกดูแลให้อยู่ในสภาพที่ปลอดโรค
  • ต้นพันธุ์ต้องถูกขยายอย่างรวดเร็วเพื่อให้ได้จำนวนต้นไหลมากขึ้นภายในโรงเรือนที่ป้องกันแมลงและปลอดโรค
  • ทำการขยายต้นไหลที่ได้ต่อมาให้เพิ่มขึ้นโดยขยายแบบให้ไหลออกตามวิธีปกติ
  • อาจมีการชักนำให้เกิดสตรอเบอรีสายพันธุ์ใหม่ขึ้นโดยต้นจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
  • สายพันธุ์สตรอเบอรีที่ไม่สามารถผลิตไหลให้เพียงพอในทางการค้าก็อาจถูกชักนำให้เพิ่มปริมาณต้นมากขึ้น

ขั้นตอนการขยายต้นสตรอเบอรี่แบบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมีดังนี้

  1. ตัดเนื้อเยื่อเจริญที่ปลายไหลความยาว 0.5 มิลลิเมตรหรือน้อยกว่า นำไปเลี้ยงในสูตรอาหารวุ้นสำหรับสตรอเบอรี ถ้าหากใช้เนื้อเยื่อเจริญที่มีความยาวหรือขนาดใหญ่กว่านี้จะทำให้มีเปอร์เซนต์การที่ติดเชื้อไวรัสสูงขึ้น
  2. ประมาณอีก 60 วันเนื้อเยื่อเจริญก็ปรากฏเป็นกลุ่มของเนื้อเยื่อ (Callus) ทำการแบ่งและย้ายลงในอาหารวุ้นใหม่ (สูตรแตกกอ) และขวดที่ใหญ่ขึ้น
  3. ประมาณอีก 40-50 วันจะเห็นเป็นส่วนลำต้นที่มีก้านใบและใบเล็กๆเป็นจำนวนมาก ให้แบ่งแยกออกเป็นต้นๆ ย้ายลงในขวดที่ใหญ่ขึ้นอีกในอาหารวุ้นใหม่ (สูตรเร่งให้เกิดราก) ควรจัดให้มีระยะห่างพอสมควรเพื่อให้ต้นเจริญเติบโตได้ดี (อาจทำการแบ่งต้นจากระยะนี้ไปเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อเพิ่มจำนวนต่อไปตามข้อ 2 ก็ได้
  4. ประมาณอีก 20 วันนำต้นออกจากขวดล้างให้สะอาดปราศจากวุ้น และย้ายลงปลูกในกระบะชำซึ่งใช้ Vermiculite ใหม่ๆเป็นวัสดุปลูก ครอบด้วยโครงพลาสติกเพื่อให้มีความชื้น 80-100% อุณหภูมิคงที่ 22-25 C และพรางแสงให้ตลอดช่วงภายในโรงเรือนกันแมลง
  5. ประมาณอีก 30 วันย้ายต้นเนื้อเยื่อเหล่านี้ลงในกระถางเล็กที่ใส่ดินผสมวัสดุปลูกผ่านการอบฆ่าเชื้อแล้ว และดูแลภายในโรงเรือนกันแมลง


ต้นแม่พันธุ์แจกเกษตรกร

          เมื่อต้นแม่พันธุ์เหล่านี้ (Foundation stock plant ) เจริญเติบโตได้ขนาดพอเหมาะและมีความแข็งแรงแล้ว ก็สามารถทำการขยายไหลแบบวิธีปกติ(หลังจากผ่านกระบวนการทดสอบโรคไวรัส)ในกระบะที่อบดินภายในโรงเรือนกันแมลง เพื่อให้ได้ต้นไหลรุ่นที่หนึ่ง และนำต้นไหลที่ได้ไปขยายพันธุ์ในแปลงภายนอกโรงเรือนต่อไปอีกสองรุ่น ต้นไหล (Certified plant) ที่ได้หลังจากนี้ เกษตรกรก็สามารถนำไปใช้เป็นต้นแม่พันธุ์เพื่อขยายเป็นต้นสำหรับปลูกเก็บเกี่ยวผลผลิต


ต้นที่ขยายจากต้นแม่พันธุ์ปลอดโรค

วิธีการปลูก

จะเริ่มปลูกต้นแม่พันธุ์ประมาณเดือนพฤษภาคม ปลูกแบบแถวเดี่ยวห่างจากสันแปลงด้านระดับสูงประมาณ 15 ซม. เพื่อให้มีพื้นที่เหลือสำหรับวางถุงเพาะชำต้นไหลจากสายไหลที่ทอดลงมา เว้นระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 1 เมตร ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 80 – 90 ซม. ในระยะแรกต้องบำรุงต้นแม่พันธุ์ให้แข็งแรงพร้อมทั้งตัดไหลที่ออกมาทิ้งให้หมด เพื่อให้ต้นแม่พันธุ์แตกกอประมาณ 4 -5 ต้น/กอ ประมาณเดือนกรกฎาคมจึงเริ่มปล่อยให้ต้นแม่พันธุ์แตกไหลได้ตามปกติ หลังจากที่ต้นไหลโตและเริ่มมีตุ่มรากเกิดขึ้น ให้นำถุงพลาสติกขนาด 3 x 5 นิ้ว ที่ใส่วัสดุปลูกจะเป็นดินล้วนหรือดินผสมก็ได้มารองรับต้นไหล แล้วใช้ไม้ไผ่เล็กๆพับกลางเสียบยึดสายไหลให้ติดกับดินในถุงพลาสติก รอจนต้นไหลสร้างรากและแข็งแรงดี ประมาณปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน จึงตัดต้นไหลออกจากต้ตแม่พันธุ์โดยตัดสายไหลที่เจริญมาจากต้นแม่ห่างจากต้นไหลประมาณ 3 เซนติเมตร เพื่อป้องกันโรคเข้าต้นไหลและใช้ในการจับระดับปลูก ส่วนไหลด้านปลายให้ตัดชิดต้นไหล